fbpx

พาณิชย์ ดันสิ่งทอไทย สู่ตลาดโลก ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

พาณิชย์ ดันสิ่งทอไทย สู่ตลาดโลก ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

     กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดตัวโครงการพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน นำร่องตั้งเป้าพัฒนา 30 ผลิตภัณฑ์ เผยเดือน ก.ย. เปิดตัวที่งาน TEXWORLD PARIS คาดเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจสิ่งทอไทย 10% สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 50

     นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว การแข่งขันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มช่วง 4 เดือนตั้งแต่เดือนม.ค.-เม.ย. 2563 พบว่า การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่า 2,032.5 ล้านดอลลาร์ ลดลง 10.7% โดยแยกเป็นการส่งออกกลุ่มสิ่งทอ มีมูลค่า 1,280.4 ล้านดอลลาร์ลดลง 13.4% และการส่งออกกลุ่มเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่า 752.1 ล้านดอลลาร์ ลดลง 5.8%

     จากสถานการณ์ดังกล่าวกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และไลฟ์สไตล์ โดยการดำเนินโครงการพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มิติใหม่ของวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและไลฟ์สไตล์ของไทย เพื่อพลิกฟื้นการการส่งออกในอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย

     “โครงการดังกล่าวมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปราศจากของเสียและมลพิษตลอดทั้งกระบวนการผลิต และมีรูปแบบการค้าที่ทันสมัยตรงกับความต้องการของตลาดโลกผสมผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้พร้อมกับโอกาสการขยายในธุรกิจใหม่โดยการสร้างการค้าแบบยั่งยืน เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหนึ่งแรงที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าว

     โครงการดังกล่าวมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 13 ราย ซึ่งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะนำไปเปิดตลาดในงานแสดงสินค้าที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งแศส ประมาณเดือนก.ย. คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของไทยไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

     ด้านนายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า สถาบันฯ เป็นอีกหน่วยงานที่มุ่งสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิต สามารถพัฒนาสินค้าสนองต่อความต้องการของตลาดระดับบน (High-end Market) มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่าง โดยในโครงการฯ มีแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Key Success factors for Circular Economy) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 

1. Sustainable materials: การเลือกใช้วัสดุและวัตถุดิบจากธรรมชาติ หรือกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่/รักษาสิ่งแวดล้อม
2. Sustainable processes: การใช้กระบวนการผลิตและพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ที่เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้อยสุด

3. Waste reduction: การจัดการของเสียให้เป็นศูนย์ รวมทั้งการรักษาประสิทธิภาพของระบบ ผ่านการออกแบบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบ (Negative externalities)

4. Local production: การผลิตและพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยใช้ท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งการผลิตและบริโภค เพื่อให้เกิดการผลิตในประเทศไทย และ

5. Crafts Community: การให้ความสำคัญกับวิสาหกิจชุมชนและสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เชิงพื้นเมือง เพื่อสร้างการจ้างงานและสร้างรายได้ในชุมชน

     โดยสถาบันฯ จะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น การสร้างความแตกต่างด้วยแนวคิดข้างต้น ขณะเดียวกันเมื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาแล้ว จะมีการนำไปทดสอบตลาดในงาน TEXWORLD PARIS ในเดือนก.ย. 2563 เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำกลับมาปรับปรุงอีกครั้ง ก่อนออกวางจำหน่ายจริง และจัดเจรจาธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
พาณิชย์ ดันสิ่งทอไทย สู่ตลาดโลก ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll to top

BITEC determines to comply with the public health measure during the spreading period of such dangerous contagious disease to prevent, monitor and control the epidemic strictly emphasizing on health and safety of the customers, staff and visitors.

More Information

Pin It on Pinterest